
ยาของคนวัยทอง
นำเสนอโดย ภก.ศักดิ์นรินทร์ บุญเกื้อ
ช่วงเวลาวัยทอง
การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายในคนวัยทอง
สตรีที่เริ่มเข้าวัยทองหรือเข้าวัยใกล้หมดประจำเดือนแบ่งได้เป็น
3
ช่วงด้วยกันคือช่วงแรกหรือ premenopause เริ่มเมื่อย่างเข้าวัย
40 ปีประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมออาจขาดหายไปช่วงสั้น
ต่อมาเข้าช่วงกลางหรือ perimenopause เมื่อย่างเข้าวัย 45
ปีประจำเดือนจะยังมาไม่สม่ำเสมอและขาดหายไปเป็นช่วงนานขึ้น
และช่วงสุดท้ายหรือ menopause เมื่อถึงวัย 50 ปีประจำเดือนจะขาดหายไปอย่างถาวร
การเปลี่ยนแปลงของร่างกายพบว่าในหญิงก่อนหมดประจำเดือนอย่างถาวร
ระดับฮอร์โมนเพศเริ่มลดลงทำให้อารมณ์ทางเพศลดลงไปด้วย
ร่วมกับปรากฎอาการเริ่มแรกคืออ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยตามตัวบ่อยครั้ง
ไม่กระฉับกระเฉง กล้ามเนื้อลีบลง เหนื่อยง่าย ไม่กระฉับกระเฉง
อาการทางระบบประสาทที่แสดงออกคือมักขาดสมาธิในการทำงาน
ลืมง่ายโดยเฉพาะความจำระยะสั้น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดและโมโหง่าย ซึมเศร้า
นอนไม่หลับ สำหรับอาการทางระบบไหลเวียนโลหิตมักรู้สึกร้อนวูบวาบตามร่างกาย
เหงื่อออกในตอนกลางคืน ร่างกายสะสมไขมันในรูปของไตรกลีเซอร์ไรด์เพิ่มขึ้นทำให้โอกาสที่จะเกิดโรคหลอดเลือดอุดตันหรือโรคหัวใจมากขึ้น
กระดูกบางลงตามอายุทำให้ความหนาแน่นของกระดูกลดลงเข้าสู่สภาวะกระดูกพรุนได้ง่าย
โดยมักปรากฎอาการปวดหลังเป็นระยะ กระดูกสันหลังคดและหลังโกงง่าย
ความรุนแรงของอาการวัยทองเหล่านี้จะขึ้นกับปัจจัยหลายอย่างเช่นวิถีการดำเนินชีวิต
พฤติกรรมการรับประทานประเภทของอาหาร การออกกำลังกาย การพักผ่อน
รวมทั้งปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ
สำหรับผู้ชายวัยทองมักไม่ค่อยแสดงอาการให้เห็นชัดเจนเนื่องจากฮอร์โมนเพศชายลดลงอย่างช้า
ๆ ไม่รวดเร็วเหมือนอย่างผู้หญิง แต่ในรายที่ฮอร์โมนเพศชายลดลงอย่างรวดเร็วก็จะแสดงอาการคล้ายคลึงกับที่เกิดในผู้หญิงวัยทองทุกอย่าง
การบำบัดอาการที่เกิดในช่วงวัยทอง
การดูแลรักษาสุขภาพของตนเองเป็นประจำเป็นสิ่งที่พึงยึดปฏิบัติโดยการได้รับอาหารครบทุกหมู่
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสมกับวัยเพื่อทำให้กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรง
การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
คบค้าสมาคมกับเพื่อนฝูงผึกสมาธิเพื่อทำให้จิตใจให้ร่าเริงแจ่มในไม่เครียด
พักผ่อนให้เพียงพอ
เรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์และวิถีธรรมชาติเพื่อให้สุขภาพแข็งแรงในช่วงวัยทอง
ถ้าเจ็บป่วยก็ต้องพยายามให้หายจากโรคโดยเร็วที่สุด
ความรุนแรงของอาการวัยทองมักเกิดกับรายที่ไม่ได้ใส่ใจในการดูแลสุขภาพของตนเองจนเป็นสาเหตุที่ต้องไปพบแพทย์
บางรายแพทย์อาจตัดสินใจเลือกให้ฮอร์โมนทดแทน
เนื่องจากไม่สามารถควบคุมอารมณ์หรือทนต่ออาการทรมานของโรคกระดูกพรุนจนปฏิบัติภาระกิจประจำวันไม่ค่อยได้
ฮอร์โมนทดแทนสำหรับสตรีมักอยู่ในรูปของเอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนผสมระหว่างเอสโตรนและเอสตราไดออล
ยังช่วยบรรเทาอาการไม่ปกติเกี่ยวกับประจำเดือน ช่วยลดภาวะช่องคลอดแห้ง
เต้านมขยายใหญ่ขึ้น
เอสโตรเจนยังช่วยยับยั้งการทำลายของเนื้อกระดูกและเพิ่มการดูดซึมของแคลเซียมจึงช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกรวมทั้งบริเวณบั้นเอวและรักษาโครงสร้างของกระดูก
ลดอัตราการเกิดโรคกระดูกบางหรือกระดูกพรุนลงได้
เอสโตรเจนยังซึมผ่านจากผนังหลอดเลือดไปยังสมองได้ดีไปมีผลต่อจิตใจช่วยผ่อนคลายความกังวล
หายหงุดหงิด ลดอาการซึมเศร้า ห้ามใช้เอสโตรเจนในคนที่มีประวัติเป็นโรคเกี่ยวกับตับ
หรือมีประวัติเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งเยื่อบุมดลูก
หรือในภาวะมีเลือดออกทางช่องคลอดโดยไม่ทราบสาเหตุ
หรือมีประวัติเกิดอุบัติเหตุเลือดคั่งในสมองหรือปวดศีรษะไมเกรน
หรือเมื่อสงสัยว่าตั้งครรภ์ นอกจากนี้การให้ฮอร์โมนทดแทนในรูปของเอสโตรเจนมักพบปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเยื่อบุมดลูก
และถ้าเอสโตรเจนถูกมาใช้ผิดประเภทเช่นใช้ในผู้ชายเป็นประจำจะเป็นผลให้หน้าอกโตขึ้น
แสดงพฤติกรรมหรืออารมณ์ไปทางเพศหญิง
กล่าวคือแสดงลักษณะคล้ายผู้หญิงทั้งสภาพร่างกายภายนอกและจิตใจมากขึ้น
การใช้ฮอร์โมนทดแทนในผู้ชายวัยทองจะเสริมด้วยฮอร์โมนเพศชายในรูปของเทสโตสเตอโรนเพื่อบรรเทาอาการอารมณ์แปรปรวน
หงุดหงิดโมโหง่าย ซึมเศร้า สมรรถภาพทางเพศลดลง หรือเริ่มมีภาวะกระดูกพรุน
ยังให้ฮอร์โมนชายในรายที่ถูกตัดอัณฑะ
ห้ามใช้ในรายที่สงสัยว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากหรือในเด็กเพื่อหลีกเลี่ยงการหยุดเจริญของกระดูกหรือการพัฒนาทางเพศก่อนเข้าสู่วัยหนุ่ม
ฮอร์โมนทดแทนกับโอกาสการเกิดโรคมะเร็ง
ประโยชน์ทั่วไปของฮอร์โมนเพศในรูปของเอสโตรเจนนอกจากใช้เป็นยาคุมกำเนิดแล้ว
ยังนำมารักษาอาการปวดประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่ปกติ เลื่อนกำหนดวันมีประจำเดือน
ระงับการหลั่งน้ำนมในสตรีหลังคลอดบุตรใหม่ ๆ
ช่วยรักษาสิวหรือภาวะขนขึ้นมากผิดปกติตามร่างกาย
บำบัดอาการในสตรีก่อนถึงวัยหมดประจำเดือนในรูปของฮอร์โมนทดแทนหรือในรูปของยาคุมกำเนิดเพราะช่วงนี้ยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้เช่นกัน
มักพบอุบัติการเกิดโรคมะเร็งในสตรีที่ได้รับฮอร์โมนทดแทนเป็นประจำโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม
มะเร็งรังไข่ หรือมะเร็งมดลูก สาเหตุอาจเป็นเพราะเอสโตรเจนเป็นสารร่วมก่อมะเร็ง
(cocarcinogen) โดยไปรบกวนสมดุลย์ของการทำงานของสารพันธุกรรมสองชนิดด้วยกันคือสารพันธุกรรมที่ก่อมะเร็งและสารพันธุกรรมที่ยับยั้งการเกิดมะเร็ง
(oncogene vs tumor suppressor gene) ดังนั้นการใช้ฮอร์โมนทดแทนเพื่อบรรเทาอาการไม่ปกติที่เกิดในช่วงวัยทองจำเป็นต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์เพื่อที่จะได้ทำการซักประวัติครอบครัว
หรืออุปนิสัยที่มีส่วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง
พฤติกรรมการกินรวมทั้งการดื่มเหล้าและใช้สารเสพติด
ในระหว่างการบำบัดหรือได้รับฮอร์โมนทดแทนแพทย์จะคอยเฝ้าระวังสังเกตุและตรวจร่างกายเป็นระยะเช่นตรวจเต้านมหรือตรวจภายในผู้หญิง
หรือตรวจต่อมลูกหมากในผู้ชาย หรือตรวจความหนาแน่นของกระดูก เป็นต้น
อาหารสำหรับคนวัยทอง
นักโภชนาการได้ทำการศึกษาเรื่องหมู่อาหารหลักสำหรับคนวัยทองในบรรดาห้าหมู่พื้นฐานนั้นพบว่าควรเน้นอาหารไขมันต่ำแต่สูงด้วยโปรตีนและเยื่ออาหารในรูปผักผลไม้ซึ่งมีส่วนประกอบของวิตามินอยู่เป็นจำนวนมากอยู่แล้ว
วัตถุประสงค์ที่คนวัยทองบริโภควิตามินมักมุ่งเน้นเพื่อชะลอความแก่
ป้องกันผิวหนังเหี่ยวย่นก่อนวัยโดยวิตามินซีในผลไม้รสเปรี้ยวทำหน้าที่ป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระที่คอยทำลายเซลล์ผิวหนังทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นช้าลง
นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน
วิตามินอีในอาหารที่มีไขมันสูงเช่นน้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันงา น้ำมันรำ
น้ำมันข้าวโพด เข้าใจกันว่าวิตามินอีออกฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
บทบาทของวิตามินดีจากแสงแดดพบว่าจะไปเพิ่มการดูดซึมของแคลเซียมในร่างกายโดยไปกระตุ้นให้แคลเซียมรวมตัวกับโปรตีนในอาหารภายในทางเดินอาหารให้กลายเป็นชีวแคลเซียม
หรือเพิ่มการดูดซึมชีวแคลเซียมผ่านผนังลำไส้เล็กเข้าในกระแสเลือด
หรือช่วยนำส่งชีวแคลเซียมในเลือดไปยังกระดูกเพื่อใช้สร้างเนื้อกระดูก
แคลเซียม
ตามธรรมชาติร่างกายต้องการแคลเซียมเพื่อใช้ในการทำงานของกล้ามเนื้อ
ระบบประสาท หรือการแข็งตัวของเกล็ดเลือด เป็นต้น โดยพยายามรักษาระดับแคลเซียมในเลือดให้คงที่ประมาณ
1%
โดยที่เหลือประมาณ 99% สะสมอยู่ที่กระดูกและฟัน
ปริมาณความต้องการแคลเซียมจะสูงขึ้นตามวัยเช่นเด็กต้องการวันละ 400-800 มิลลิกรัม ผู้ใหญ่ต้องการวันละ 1000 มิลลิกรัมและเมื่อย่างเข้าวัยทองต้องการเพิ่มขึ้นเป็นวันละ
1500 มิลลิกรัม
เนื่องจากเมื่อร่างกายย่างเข้าช่วงวัยทองเริ่มมีการสึกหรอไม่เอื้ออำนวยต่อการดูดซึมแคลเซียมผ่านผนังลำไส้เล็ก
ทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดลดลง
ร่างกายจึงต้องปรับสมดุลย์โดยการดึงแคลเซียมจากกระดูกเข้าสู่เลือดเพื่อรักษาระดับแคลเซียมในเลือดให้คงที่
ถ้าระดับแคลเซียมในเลือดต่ำมักแสดงอาการดังนี้คือระบบประสาททำงานไวกว่าปกติ
แสดงอาการวูบวาบเสียวแปลบตามตัว กล้ามเนื้อเป็นตะคริว
ถ้าระดับแคลเซียมต่ำอยู่อย่างเรื้อรังผลลัพธ์ที่ตามมาคือทำให้ความหนาแน่นของกระดูกลดลง
กระดูกโปร่งบางปรากฎอาการปวดหลังปวดข้อบ่อยครั้งแม้จะเพียงบิดตัวหรือยกของผิดอิริยาบทเล็กน้อย
อาการเหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างช้า ๆ จนอายุย่างเข้าวัย 50
ปีจะแสดงอาการของโรคกระดูกพรุนให้เห็นชัดเช่นแสดงอาการปวดหลังอย่างรุนแรง
กระดูกหรือฟันเปราะหรือหักได้ง่ายแม้กระแทกเพียงเล็กน้อย
ส่วนสูงลดลงหลังเริ่มโกงหรืององุ้ม
วิธีการป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนคือรับประทานอาหารให้ครบหมู่และมีจำนวนแคลเซียมเพียงพอกับวัย
ได้รับแสงแดดอ่อน ๆ
ยามเช้าหรือยามเย็นเพื่อกระตุ้นให้ผิวหนังสังเคราะห์วิตามินดีเพื่อช่วยในการดูดซึมแคลเซียม
ออกกำลังกายเหมาะกับวัย หรือบริหารร่างกายทุกวันเช่นนอนหงายโดยมีหมอนหนุนใต้โคนขา
นอนตะแคงต้องมีหมอนหนุนระหว่างขา เมื่อลุกจากที่นอนค่อย ๆ ตะแคงขึ้นจากเตียง
หลีกเลี่ยงลุกขึ้นจากท่านอนหงาย นั่งชิดพนักพิงหลังพิงพนักเต็มที่
ก้มยกของโดยย่อตัวลงแทนการก้มหลัง หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเช่นเหล้า บุหรี่ กาแฟ
หลักการสำคัญของการรับประทานแคลเซียมในช่วงวัยทองจะต้องคำนึงถึงการเสื่อมของระบบการดูดซึมสารอาหาร
และการที่แคลเซียมจะถูกดูดซึมผ่านผนังลำไส้ได้ดีถ้าอยู่ร่วมกับสารอาหารอื่นในรูปของชีวแคลเซียมเช่นแคลเซียมในน้ำนมจะอยู่ร่วมกับโปรตีน
a-lactalbumin ทำให้ถูกดูดซึมผ่านผนังลำไส้ได้เป็นอย่างดี อุปสรรคของการดื่มนมในรายที่ขาดเอนไซม์แลคเตสเพื่อย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมทำให้เกิดอาการท้องเสีย
ปวดท้อง ท้องอืด หรือการดื่มนมอาจไปเพิ่มปัญหาอื่นเช่นโรคอ้วน
ปัญหาการสะสมไขมันในรูปของไตรกลีเซอร์ไรด์ โคเลสเตอรอลในเลือดสูง
แนะนำให้หันมาดื่มนมพร่องมันเนยแทน แหล่งของแคลเซียมไม่จำเป็นต้องมาจากนมหรือผลิตภัณฑ์จากนมเช่นไอศกรีม
นมเปรี้ยว เนย เพียงแหล่งเดียว
ยังได้จากผลิตภัณฑ์อาหารอย่างอื่นเช่นกุ้งหรือปลาฝอยตัวเล็ก ๆ ปลาไส้ตัน
หรือปลาอื่นที่รับประทานได้ทั้งกระดูก ผักใบเขียวเช่นผักคะน้า ผักกะหล่ำใบเขียว
นอกจากนี้ยังพบในเต้าหู้ ถั่วลันเตา ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ไข่ไก่ ไข่เป็ด
ไข่นกกระทา ถึงแม้ปริมาณแคลเซียมในอาหารเหล่านี้จะน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับในนม
แต่ถ้ารับประทานเป็นประจำทุกวันวันละสามมื้อก็จะได้สัดส่วนในปริมาณเกือบใกล้เคียงกันปัจจัยที่ไปเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมในร่างกายนอกจากโปรตีนที่อยู่ในเนื้อสัตว์แล้วยังได้แก่วิตามินดีจากอาหารหรือแสงแดด
หรือฮอร์โมนเอสโตรเจน
ดังจะเห็นได้ว่าความต้องการแคลเซียมในรายที่ได้รับฮอร์โมนทดแทนจะลดลงเหลือเพียง
1000
มิลลิกรัมต่อวัน
สำหรับปัจจัยที่ไปลดการดูดซึมแคลเซียมลงนอกจากอายุแล้ว ยังได้แก่โรคประจำตัวที่เกี่ยวกับลำไส้
ตับไต ต่อมไทรอยด์ ต่อมพาราไทรอยด์ เป็นต้น
แคลเซียมอิสระที่มากเกินไปในทางเดินอาหารจะไม่ถูกดูดซึมผ่านผนังลำไส้แต่จะถูกขับถ่ายออกทางอุจจาระ
อาจทำให้ท้องผูก
ยังไม่ถึงขนาดทำให้เกิดโรคกระดูกงอกซึ่งเป็นการงอกที่ข้อกระดูกไขสันหลังสาเหตุมักมาจากการทำงานหนักเช่นยกแบกของหนักเป็นประจำ
ออกกำลังหรือเล่นกีฬามาก อุบัติเหตุ เป็นต้น
อาหารเสริม
วิถีการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนในสังคมเมืองใหญ่ที่ต้องรีบเร่งแข่งขันกับเวลา
ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาหรือการทำงานที่ต้องแก่งแย่งจนไม่มีเวลาที่จะดูแลสุขภาพของตนเอง
เมื่อถึงคราวต้องรับประทานอาหารก็ต้องทำเพื่อประทังความหิวหรือรับประทานแต่พออิ่มโดยไม่คำนึงถึงหลักโภชนาการที่ถูกต้อง
ประกอบกับภาวะเครียดจากการงานหรือปัญหาครอบครัว
ละเลยในเรื่องออกกำลังกายหรือพักผ่อนไม่เต็มที่เพื่อหารายได้ให้ครอบครัว
จึงเป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บเมื่อสูงวัยหรือแก่ก่อนวัย
สำหรับรายที่ยังห่วงใยในสุขภาพของตนเองแต่เวลาไม่เอื้ออำนวยจึงหันมาบริโภคอาหารเสริมสำเร็จรูปแทน
เพราะพกติดตัวได้สะดวก รับประทานง่าย ประหยัดเวลา
พึงระลึกไว้เสมอว่าอาหารเสริมเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ที่รับประทานเพื่อเสริมการรับประทานอาหารหลักปกติทุกวันอาจอยู่ในรูปของเม็ด
แคปซูล ของเหลว
หรือลักษณะอื่นที่ใช้รับประทานโดยมีจุดมุ่งหมายส่งเสริมสุขภาพของคนปกติ
ไม่ใช่มุ่งหวังเพื่อการรักษาผู้ป่วย
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่วางจำหน่ายในท้องตลาดเช่นน้ำมันปลา ซุปไก่สกัด
เป็นต้น
สมุนไพรของคนวัยทอง
แป๊ะก๊วย
(Ginkgo biloba Linn.)
ตามตำราสมุนไพรจีนกล่าวว่าใบแป๊ะก๊วยมีประโยชน์ต่อสมอง
ได้มีการจำหน่าย
สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วยในหลายประเทศเช่นประเทศเยอรมนีเพื่อเพิ่มความจำ
หรือในประเทศฝรั่งเศสใช้สำหรับกรณีสมาธิสั้น
การศึกษาวิจัยใบแป๊ะก๊วยพบว่าองค์ประกอบทางเคมี
2 กลุ่มใหญ่ด้วยกันคือกลุ่มฟลาโวนอยด์และไดเทอร์พีนอยด์
ที่แสดงสรรพคุณทางยาโดยไปขยายหลอดเลือดในสมอง
ทำให้ลำเลียงอาหารเข้าสู่สมองเพิ่มขึ้น
จึงไปเพิ่มการทำงานของสมองและเพิ่มพูนสมรรถนะความจำระยะสั้น
หรืออาจออกฤทธิ์กำจัดอนุมูลอิสระที่จะทำความเสียหายกับเยื่อหุ้มเซลล์หรือป้องกันการจับตัวของเกล็ดเลือดทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองหรือส่วนอื่นของร่างกายได้ดีขึ้น
เนื่องจากสารสำคัญในใบแป๊ะก๊วยที่แสดงสรรพคุณทางยานั้นละลายน้ำได้ทำให้การดูดซึมผ่านผนังลำไส้ไม่ค่อยดี
จึงได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีนำสารสกัดจากสมุนไพรมารวมกับสารจำพวกไขมัน (เช่น phosphatidylcholine) ทำให้สมุนไพรถูกดูดซึมผ่านผนังลำไส้และนำส่งยาในร่างกายได้ดีขึ้น
ได้มีรายงานเกี่ยวกับอาการไม่พึงประสงค์จากการบริโภคผลิตภัณฑ์นี้ในต่างประเทศเช่นพบภาวะเลือดไหลไม่หยุดในคนชรา
สาเหตุอาจมาจากสารสำคัญกลุ่มไดเทอร์พีนอยด์ที่ไปยับยั้งการทำงานของเกล็ดเลือด
บางรายมีอาการปวดข้อและข้อบวม บางรายแสดงอาการปวดศีรษะเป็นต้น
ในประเทศไทยหากผู้ใดพบรายงานอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการบริโภคแป๊ะก๊วยกรุณารายงานไปยังศูนย์ติดตามอาการอันไม่พึงประสงค์
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ขี้เหล็ก
ในวัยนี้การดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันจำเป็นจะต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมากเพราะการสั่งสมประสพการณ์รวมทั้งปัญหาเรื่องงานหรือครอบครัวจะเป็นบ่อเกิดของความเครียดและเป็นสาเหตุหลักทำให้นอนไม่หลับหรือตื่นในกลางดึกแล้วหลับยากหรือหลับเพราะความเหนื่อยล้าแต่จิตใต้สำนึกยังไม่ละทิ้งจากปัญหาการงานหรือครอบครัว
จึงยังรู้สึกอ่อนเพลียหรือหงุดหงิดเมื่อตื่นขึ้นมา
กลยุทธ์ที่จะทำให้หลับได้นานและหลับได้สนิทซึ่งจะเป็นการหลับอย่างมีคุณภาพต้องอาศัยปัจจัยต่าง
ๆ ได้แก่ออกกำลังกายที่เหมาะกับวัยหรือบริหารร่างกายสม่ำเสมอ
ก่อนนอนไม่ควรดื่มกาแฟหรือรับประทานอาหารมากเกินไป หลีกเลี่ยงการใช้ยานอนหลับเพราะจะมีผลเสียในระยะยาวถ้าใช้เป็นเวลานานติดต่อกัน
สมุนไพรในบ้านเราที่มีสรรพคุณช่วยให้นอนหลับได้แก่ใบและดอกขี้เหล็กที่รับประทานเป็นอาหารพื้นบ้านที่รู้จักกันว่าแกงขี้เหล็ก
ปัจจุบันจะเห็นว่าถูกบรรจุเป็นแคปซูลจำหน่ายในท้องตลาด เคยได้รับข้อมูลว่าการทำงานของตับลดลงในบางรายที่รับประทานเป็นเวลานานและเป็นประจำ
กล้วยมีสารสำคัญจำพวกไทรามีนที่ใช้ในการสร้างสารสื่อประสาทเซโรโทนินทำให้นอนหลับได้ดี
เอสโตรเจนจากพืช (Phytoestrogen)
สารที่อออกฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจนสกัดได้จากพืชแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่คือ
กลุ่มฟลาโวนอยด์ พบในถั่วเหลือง ถั่วงอก หรือผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปเช่น เต้าหู้
นมถั่วเหลือง กลุ่มลิกแนน พบในเมล็ดพืชเช่น เมล็ดทานตะวัน เมล็ดข้าว
หรือในผักผลไม้เช่นกระเทียม แครอท แอปเปิล เชอรี่
hops (ใช้ทำเบียร์)
เนื่องจากสารทั้งสองกลุ่มออกฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจนค่อนข้างอ่อน
ดังนั้นผลการรักษาที่ช่วยบรรเทาอาการวัยทองไม่ว่าด้านอารมณ์ หรือระบบสืบพันธุ์
หรือผลต่อโรคหลอดเลือดอุดตัน หรือโรคกระดูกพรุน
จึงไม่ค่อยชัดเจนมีทั้งข้อสนับสนุนและข้อขัดแย้ง
สมุนไพรที่เคยเป็นที่กล่าวขานคือกวาวเครือ
สารสำคัญในหัวกวาวเครือคือ
miroestrol เป็นตัวออกฤทธิ์คล้ายคลึงกับเอสตราไดออลได้แรงกว่าสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์หรือกลุ่มลิกแนน
ทำให้เต้านมขยาย
ในประเทศอังกฤษได้มีการนำสารนี้ไปรักษาผู้หญิงที่มีภาวะไม่ประจำเดือนหรือหมดประจำเดือนเทียมด้วย
miroestrol สามในสี่ของผู้ป่วยพบอาการไม่พึงประสงค์คือปวดศีรษะ
คลื่นไส้ อาเจียน
ผลเสียที่ตามมาภายหลังอาจทำให้ผนังมดลูกหนารบกวนการฝังตัวของตัวอ่อนหรือรบกวนการตั้งครรภ์
พัฒนาการเกิดโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก
บรรณานุกรม
1.
กระเษียร ปัญญาคำเลิศ สุกัญญา ชัยกิตติศิลป์ นิมิต เตชไกรชนะ
กอบจิตต์ ลิมปพยอม
เอสโตรเจนจากพืช จุฬาลงกรณ์เวชสาร 43(2) : 115-127, 1999.
2.
หะทัย เทพพิสัย และ อุรุษา เทพพิสัย
วิวัฒนาการของยาคุมกำเนิด เอกสารประกอบการบรรยายแก่ผู้ประกอบการร้านขายยา 25
พฤษภาคม 2540 ณ โรงแรมเรดิสัน กรุงเทพ
3.
Hermann et al.: Exp Gerontol 34(8):923-33, 1999.
4.
Ettinger B. et al: Menopause 6(4):282-9, 1999